ขั้นตอนการทำงาน

การเช็คเบี้ย คิดส่วนลด ชำระเงิน แจ้งงาน 

และเอกสารต่างๆ ทั้งหมดในการทำธุรกิจ

ก่อนจะเช็คเบี้ยได้ จะต้องเป็นตัวแทนของบริษัทศรีกรุงโบรคเกอร์ ก่อนนะครับ ถ้ายังไม่เป็น  ติดต่อผู้แนะนำ หรือคลิกดาวน์โหลดใบสมัคร

ดาวน์โหลด

1. การเลือกแบบประกัน หรือการเช็คเบี้ย

 

          ถ้าคุณเป็นตัวแทน จะสามารถ Login เพื่อเข้าไปดาวน์โหลดคู่มือต่างๆ รวมทั้งเช็คเบี้ย ดูรายงานการแจ้งงาน รายงานค่าสายงาน รายได้ประจำเดือน ประจำปีต่างๆ ได้ โดยเข้าไปที่ http://www.srikrungbroker.co.th  หรือ Login เพื่อเช็คเบี้ยออนไลน์ เข้าไปที่ http://agentsk.srikrungbroker.co.th/agent/Default.aspx ใส่ username คือรหัสตัวแทน  ที่ขึ้นต้นด้วย AMxxxxxx รหัสผ่านครั้งแรกคือหมายเลขประจำตัว 13 หลักของคุณ

สำหรับ พ.ร.บ. และประกันภัยเภท 2+, 3+ และ 3 บางบริษัทตัวแทนสามารถค้ำประักัน ไปออกที่บ้าน หรือสำนักงานได้ คีย์งานผ่านระบบออนไลน์ สามารถพิมพ์ให้ลูกค้าได้ทันที โดยติดต่อสอบถามฝ่ายการตลาด
ส่วนเบี้ยประกันชั้น 1 และประกันวินาศภัยอื่นๆ ถ้าไม่มีเบี้ย ให้เช็คเบี้ยกับเจ้าหน้าที่ศรีกรุงโบรคเกอร์ โดยสามารถติดต่อได้ที่ 02-867-3888 (อัตโนมัติ 30 คู่สาย) ปัจจุบันสามารถติดต่อทาง line ได้ ระยะเวลาการได้เบี้ย ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมของข้อมูลของเรา ถ้าเตรียมข้อมูลดี ก็จะได้เบี้ยเร็ว ข้อมูลที่ต้องเตรียม ก่อนโทรเข้าบริษัท มีดังนี้

กรณีเช็คเบี้ยประกันภัยรถยนต์ จะต้องเตรียม

1. รุ่นรถ / ปีรถ / ซีซี / จดทะเบียนเป็นเก๋ง หรือ กระบะ (ขอสำเนารายการจดทะเบียนรถ)
2. มีโครงหลังคา หรือ ตู้ด้านหลังหรือไม่
3. บริษัทประกันภัย เดิมบริษัทใด / ทุนประกันรถหาย / ไฟไหม้เท่าไร ( กรณีประเภท 1 )
4. ปีที่แล้วมีเคลม หรือไม่
5. รถมีอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมไหม และต้องการซื้อเพิ่มหรือไม่
6. ถ้ามีสำเนากรมธรรม์เดิมจะดีมาก เพราะบริษัทบางแห่งใช้อ้างอิงประวัติดีได้

ต้องรู้ความต้องการลูกค้าก่อนเช็คเบี้ยประกันภัยรถยนต์

1. ต้องการบริษัทใด (ไม่ควรจะเกิน 3 บริษัท)
2. ต้องการซ่อมห้าง / ซ่อมอู่ (จะได้ไม่เสียเวลา เพราะบางคนอยากจะได้เฉพาะห้าง หรืออู่)
3. ต้องการระบุชื่อผู้ขับขี่หรือไม่ (ถ้าระบุผู้ขับขี่จะทำให้เบี้ยถูกลง สู้กับคู่แข่งได้)
4. ต้องการซื้อค่าเสียหายส่วนแรกหรือไม่ (ถ้าซื้อเบี้ยจะถูกลง)
5. มีตัวแทนอื่น เสนอราคามาแล้วหรือยัง (ถ้ามีใช้เบี้ยนั้นอ้างอิงได้ เบี้ยไม่ต่างกันเท่าหร่)
6. ต้องการเบี้ยประมาณเท่าไร (อันนี้สำคัญ ทำงานแทบตาย แต่สุดท้ายลูกค้าไม่มีเงิน)

กรณีเช็คเบี้ยประกันอาคาร หรือทรัพย์สินอื่นๆ ต้องรู้

1. สถานที่ตั้ง + ลักษณะประกอบการ
2. ทุนประกัน ( ราคาซื้อ ) หรือ พื้นที่อาคาร ( กี่ ตร.ม.)
3. ลักษณะอาคาร ( คอนกรีตล้วน / ครึ่งปูนครึ่งไม้ / ไม้ล้วน )
4. ทรัพย์สินภายใน ( เฟอร์นิเจอร์ + เครื่องจักร + สต็อกสินค้า )
5. มีกรมธรรม์เดิมหรือไม่ ( สามารถนามาใช้อ้างอิงได้ )

กรณีเช็คเบี้ยประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA)

1. อายุ + อาชีพ
2. ตำแหน่งหน้าที่
3. ทุนประกัน

กรณีเช็คเบี้ยประกันการเดินทาง ( TA )

1. สถานที่ปลายทาง 2. ยานพาหนะ
3. ระยะเวลาเดินทาง 4. อายุ
5. ทุนประกันภัย
6. ประวัติการขอเอาประกันภัย
หลังจากเรามีข้อมูลครบแล้ว ก็สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่เช็คเบี้ยได้ อาจจะ ส่ง e-mail หรือทางLine ซึ่งข้อมูลของพนักงานทุกคน ทุกสาขาคุณสามารถดูได้จากเว็บไซต์บริษัท ในหัวข้อติดต่อเรา
สิ่งที่ต้องเขียนระบุในเอกสารสำเนาที่ส่งไปให้เช็คเบี้ย นอกจากข้อมูลสินทรัพย์ที่จะเอาประกัน, ความต้องการของลูกค้าแล้ว จะต้องเขียน ชื่อ, เบอร์โทร, รหัสตัวแทน สำหรับการติดต่อกลับด้วย
หลังจากได้เบี้ยประกันมาแล้ว ท่านจะได้รับเบี้ย ทุนประกัน และเลขคิว ให้จำไว้ดีๆ โดยเฉพาะเลขคิว เพราะมันคือบันทึกการเช็คเบี้ยของคุณ ถ้าจำเลขคิวไม่ได้ก็แจ้งงานไม่ได้ ต้องเช็คเบี้ยใหม่ และอย่าลืม! จำชื่อพนักงานเช็คเบี้ยของศรีกรุงฯ เบอร์โทรศัพท์ เบอร์ต่อและสาขาด้วย หลังจากนั้นก็เป็นขั้นตอนของการเสนอราคาให้ลูกค้า
ถ้าเบี้ยสูงๆ คุณสามารถให้พนักงานทำใบเสนอแบบสวยๆ ได้ (แต่ต้องรอนานนิดหนึ่งเพราะทุกคนก็ต้องการได้ของดี)
เสนอเบี้ยลูกค้าแล้ว ลูกค้าไม่่ซื้อเพราะที่อื่นให้ราคาที่ถูกกว่า ปัญหานี้ส่วนมากจะเจอกรณีประกันภัยชั้น 1 ก่อนอื่นต้องมาดูรายละเอียดก่อนว่า ข้อมูลของเราตรงกับคู่แข่งไหม เช่น ถ้าลูกค้าระบุผู้ขับขี่ หรือซื้อค่าเสียหายส่วนแรกเบี้ยจะถูกลง ซึ่งบางทีลูกค้าไม่รู้ แต่คู่แข่งของเราใส่ไว้ในใบเสนอราคา เราต้องชี้แจงกับลูกค้าได้ หรือถ้าลูกค้ามีประวัติดี ก็จะได้ส่วนลดปีนี้ ถ้าเราไม่รู้ แต่คู่แข่งรู้ เบี้ยประกันของเราก็จะสู้เค้าไม่ได้ ดังนั้น ถ้ารู้ข้อมูลเหมือนๆ กัน โอกาสที่เบี้ยจะเท่ากันและปิดการขายได้มีสูง
แต่ถ้าข้อมูลตรงกันทุกอย่าง แต่เบี้ยของเรายังสู้คู่แข่งไม่ได้ อาจจะเป็นว่ารถยนต์รุ่นคันดังกล่าวไม่ใช่รถกลุ่มเป้าหมายของโบรคเกอร์ของเรา หรือเราเจอคู่แข่งที่มีศักยภาพเหนือกว่าคู่แข่งของเรา (เจอตอ)

ยกตัวอย่างเช่น บริษัทวิริยะประกันภัย ตัวแทนอยู่ 2 ที่ คือโบรคเกอร์ ก. และศรีกรุงโบรคเกอร์ ในปีที่แล้วโบรคเกอร์ ก. ส่งเบี้ยเท่ากับศรีกรุงโบรคเกอร์ คือ 100 ล้านบาท แต่ลูกค้าของโบรคเกอร์ ก.ขับขี่ปลอดภัย เอารถไปเข้าเคลม คิดเป็นวงเงินค่าซ่อม 90 ล้านบาท ในขณะที่ลูกค้าของศรีกรุงโบรคเกอร์ ขับรถไม่ดี เคลมไป 99 ล้านบาท จะเห็นได้ว่าแม้ทั้ง 2 โบรคเกอร์มียอดขายเท่ากัน แต่วิิริยะประกันภัย มีกำไรจากโบรคเกอร์ ก. เยอะกว่าศรีกรุง ดังนั้น ในปีต่อๆ ไปวิริยะประกันภัยจะให้ค่าคอมฯ เพิ่ม แถมลดเบี้ยให้กับโบรคเกอร์ ก. ในขณะที่ศรีกรุงโบรเกอร์อาจจะได้เบี้ยเท่าเดิม หรือได้เบี้ยสูงขึ้น ก็อาจจะเป็นไปได้
นี่คือตัวอย่าง แต่จะเจอเคสแบบนี้น้อยมาก เพราะว่าศรีกรุงโบรคเกอร์ ปี 2556 มียอดขายเกิน 1,000 ล้านบาท และปี 2557 ตั้งเป้าไว้ 1,500 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นโบรคเกอร์ ที่มึศักยภาพเหนือคู่แข่ง แต่เหนือฟ้า ยังมีจักลวาล ถ้าเจอตอ ก็ต้องปล่อยงาน แล้วหาเคสใหม่ ที่ง่ายกว่า
ดังนั้น ตัวแทนทุกท่าน ก็สามารถมีส่วนร่วมทำให้เบี้ยของเราถูกกว่าท้องตลาด และได้ค่าคอมฯ สูงขึ้นได้ ด้วยการเลือกลูกค้าที่ให้ข้อมูลที่เป็นจริง ไม่โกหก

2. การชำระเงินและแจ้งงาน

          บริษัท ศรีกรุงโบรคเกอร์ จากัด ต้องโอนเงินก่อนแจ้งงานทุกรณี ถ้าลูกค้าตัดสินใจทำคุณก็เก็บเงินลูกค้า หรือให้ลูกค้าชำระเข้าบริษัทประกัน หรือโบรคเกอร์ก็ได้ ถ้าชำระเงินที่คุณ คุณสามารถหักค่าคอมฯ ทันที นำส่งเฉพาะราคาทุน แ่ต่ถ้าลูกค้าชำระเงินเข้าบริษัทประกัน หรือโบรคเกอร์ คุณจะได้รับค่าคอมฯ โอนคืนธนาคารกสิกรไทย ตามที่ได้ให้ไว้ตอนสมัคร (ถ้ายังไม่ได้ให้บริษัททราบ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่)
          จะได้รับค่าคอมฯ ก็ต่อเมื่อบริษัทฯ ได้ส่งกรมธรรม์ให้ลูกค้าแล้ว เพราะถ้ายังไม่ส่งลูกค้าอาจจะยกเลิก หรือบริษัทอาจจะไม่รับประกัน เนื่องจากหลายสาเหตุ ก็เป็นได้

การคำนวณเบี้ยนำส่ง

วิธีคิดเบี้ยนาส่ง หาส่วนค่าคอมมิชชั่นที่เราได้

เบี้ยรวมภาษี x 93.09% = เบี้ยสุทธิ

เบี้ยสุทธิ x คอมมิชชั่น = ส่วนลด

เบี้ยรวม – ส่วนลด = เบี้ยนำส่ง

ตัวอย่าง ลูกค้าตัดสินใจเลือกซื้อประกันรถยนต์ บริษัท เจ้าพระยา 3 + (ระดับ 6 ได้คอม 19 %)
เบี้ยรวมภาษี 5,800 บาท เจ้าพระยา 3+ รถเก๋ง เอาเบี้ยรวมภาษี 5,800.00 x 93.09 % จะได้เบี้ยสุทธิ 5,399.22 บาท เอา 5,399.22 x 19% จะได้ค่าคอมฯ 1,025.85 บาท เอาเบี้ยรวมภาษี 5,800.00 ลบส่วนลด 1,025.85 จะเป็นยอดที่จะต้องนำส่งบริษัท รวม 4,774.15 บาท

 

การชำระเงินค่าเบี้ยประกันภัยเต็มจำนวน

ด้วยวิธีโอนเงินสด

 

การชำระเงินค่าเบี้ยประกันภัยเต็มจำนวน

ผ่านบัตรเครดิตกับ ศรีกรุงโบรคเกอร์

บัตรเคดิตที่ร่วมรายการ

รับบัตรเครดิตทุกธนาคารที่เป็น  VISA  MASTER  PLATINUM

 

วิธีการชำระผ่านบัตรเครดิตมี 2 วิธี

1. กรอกเอกสาร ( MAIL ORDER)  

2. K-Payment gateway  ตัวอย่าง  

ค่าธรรมเนียม 3% ทุกกรณี สามารถบวกรวมในยอดที่ตัดบัตรเครดิตหรือชำระแยกได้

 

การชำระเงินค่าเบี้ยประกันภัย แบบผ่อนชำระ (เงินสด)  ดอกเบี้ย 0%

หลักเกณฑ์การผ่อน

 กรมธรรม์ประเภท 1 : สามารถเลือกผ่อนได้ 2-6 งวด

 กรมธรรม์ประเภทอื่นๆ : สามารถเลือกผ่อนได้ 2-3 งวด

การชำระเงิน

 งวดแรก ชำระทันที 35%  ณ วันแจ้งงาน ( + ค่าธรรมเนียมการผ่อน 2%จากยอดเต็ม )

 งวดถัดไป ชำระไม่เกินวันที่คุ้มครอง คำนวณจาก ยอดเต็ม-งวดแรก35%  เหลือเท่าไร  ให้หารด้วยจำนวนงวดที่เหลือ จะได้ยอดชำระงวดต่อๆไป

ตัวอย่างเช่น

เบี้ยเต็มจำนวน 15,000 บาท  ผ่อนชำระ 3 งวด

งวดแรก คือ 15,000*35%=5250   แล้วบวกค่าธรรมเนียมการผ่อน2% คือ 15,000*2%=300  รวมงวดแรกชำระ 5250+300=5550 บาท

งวดที่สองและสาม คือ ยอดเต็ม 15,000-5250=9750  แล้วนำ 9750 มาหารด้วยจำนวนงวดที่เหลือ  ในที่นี้คือ 9750/2=4875 บาท สำหรับงวดที่2,3

 

เอกสารประกอบการผ่อนชำระแบบเงินสด

 ใบคำขอสินเชื่อ    

 ใบสัญญาสินเชื่อ  

ใบคำขอยกเลิกกรมธรรม์  

 สำเนาบัตรประชาชนผู้เอาประกันภัย

กรณีที่เป็นนิติบุคคล/หจก.ต้องใช้หนังสือรับรองบริษัทและบัตรประชาชน

กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม

กรณีชำระล่าช้า

 หากผิดนัด/ชำระล่าช้าจากวันที่ที่กำหนด แต่ไม่เกิน 7 วัน ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ใน การเรียกเก็บค่าปรับกรณีล่าช้าจำนวน 200 บาท/ครั้ง/งวด

 หากผิดนัด/ชำระล่าช้าจากวันที่ที่กำหนด เกิน 7 วัน ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ใน การยกเลิก/ถอนกรมธรรม์โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

การคืนผลประโยชน์

 บริษัทจะจ่ายคืนผลประโยชน์ หลังจากที่บริษัทได้รับค่าเบี้ยประกันภัย งวดสุดท้ายครบถ้วนแล้ว โดยผลประโยชน์จะถูกหักลงจากผลประโยชน์มาตรฐาน ที่สมาชิกได้รับ 1% ต่อ 1 งวดการผ่อนชำระ เช่น ผ่อน 3 งวด ผลประโยชน์ลดลง 3%

 

การชำระเงินค่าเบี้ยประกันภัย

แบบผ่อนชำระ (ผ่านบัตรเครดิต)

บัตรเครดิตที่เข้าร่วมรายการ

 บัตรเครดิตกสิกรไทย : ผ่อนได้ 2-6 งวด

 บัตรเครดิตกรุงศรีอยุธยา: ผ่อนได้ 3-6 งวด

 บัตรเครดิตไทยพาณิชย์: ผ่อนได้ 4 และ 6 งวด

เอกสารประกอบการผ่อนชำระเงินผ่านบัตรเครดิต

 แบบฟอร์มขอผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิต

 แบบฟอร์มผ่อนชำระสำหรับบัตรเครดิตกสิกรไทย, กรุงศรีอยุธยา  

 แบบฟอร์มผ่อนชำระสำหรับบัตรเครดิตไทยพาณิชย์  

 สำเนาบัตรประชาชนเจ้าของบัตรเครดิต

 สำเนาหน้าบัตรเครดิต

การตัดบัตรเครดิดผ่อนชำระผ่านช่องทาง K-PAYMENT GATEWAY

 รับเฉพาะบัตรธนาคารกสิกรไทยเท่านั้น

 ผ่อนได้ 2 – 6 งวด

ตัวอย่างการตัดบัตร

ค่าธรรมเนียมในการผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิต 2% ทุกธนาคาร (เว้นแต่ ผ่อนชำระผ่านช่องทาง K-PAYMENT GATEWAY คิดค่าธรรมเนียม 3%)

3. การจัดส่งกรมธรรม์

ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดบริษัทจะจัดส่งให้ทางไปรษณีย์แบบลงทะเบียน สามารถระบุได้ว่าจะส่งให้ตัวแทน หรือส่งให้ลูกค้า ถ้าส่งครั้งที่ 1 แล้วเอกสารตีกลับ หรือว่าไม่มีคนรับ อาจจะด้วยเราให้ที่อยู่ผิด หรือลูกค้าไม่อยู่บ้าน ถ้าจะให้ส่งครั้งที่ 2 ตัวแทนจะต้องเสียค่าจัดส่ง 50 บาท/ครั้ง

4. การสลักหลังกรรมธรรม์

ถ้ากรมธรรม์ผิด และเป็นความผิดของลูกค้าหรือตัวแทน ต้องแทนจะต้องเสียค่าสลักหลัก 50 บาท/ครั้ง

5. เอกสารต่างๆ ที่ทีมงานเตรียมไว้ให้ สำหรับเริ่มธุรกิจ